แนวเพลงส่วนใหญ่ของดอนผีบินจะออกไปในทางหนักหน่วง ดุดัน บางทีก็รุนแรงไปถึงขั้นที่เปรียบกันว่าชะโงกหน้าเข้าไปเห็นขุมนรก
และก็มีสาวกบางส่วนเรียกขานพวกเขาว่า “ซาตาน” อย่างเต็มปากเต็มคำ
สมบัติ แก้วทิตย์ (มือกีตาร์ หัวหน้าวง) บอกว่าบรรยากาศที่หลอกหลอน
เกรี้ยวกราดอย่างน่าหวาดกลัวในบทเพลงนั้น เป็นสภาพการณ์ของสังคมที่เขามองเห็น
และกำลังสื่อสารสะท้อนภาพเหล่านั้นกลับไปให้สังคมรับรู้ โดยตัวตนที่แท้จริงของเขาคือความสดใส
นุ่มนวล อยู่ในโลกธรรมชาติที่เงียบสงบ เหมือนภาพศิลปะของเขาที่ล้วนสะท้อนความงดงามเยือกเย็นของธรรมชาติ
และหลายประโยคถัดจากนี้เป็นมุมมองในเรื่องความรักตามทัศนะของเขา
“มุมมองของความรัก เมื่อยังไม่เจอกันเป็นเรื่องน่าโรแมนติก แต่นั่นคือเปลือก
ความรักในความเป็นจริงเมื่อได้สัมผัสและอยู่ร่วมกัน จะพบว่าความรักที่แท้คือร่วมทุกข์ร่วมสุข
เป็นตาย เจ็บป่วย ทดแทน ต่อสู้ร่วมกันจนถึงที่สุด นั่นคือความรักที่แท้จริง
เรื่องความสวยงามนั้นเป็นสิ่งที่หลอกลวงเรา
“ชีวิตที่เดินทางพเนจรอิสระของผม ไม่ค้นหาตัวเลือก ผมมีความเชื่อว่าบนวิถีทาง
กาลเวลาที่เดินไป สักวันหนึ่งคนที่ใช่จะเข้ามา อาจมาตอนเราอายุ ๒๐ หรือ
๕๐ หรือบางทีอาจไม่เจอก็ได้ เจอคนที่ไม่ใช่ แต่งงานกันไปไม่มีประโยชน์เดี๋ยวก็แยกกันอีก
“ผมไม่เคยคิดว่าพร้อมแล้ว จะต้องมีครอบครัวแล้วนะ มุ่งแต่ทำงาน
บังเอิญมาประจวบเหมาะเจอคนที่เข้ากันได้ทางแนวคิด พูดคุยกันได้ ก็เลยตกลงกัน
“ไม่มีการแต่งงาน ไม่มีการทำพิธี ไม่จดทะเบียน อยู่ด้วยใจกันมาเรื่อยๆ
ความจริง ปรัชญาการดำรงชีวิตของเราไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้ว อยู่ที่ใจอย่างเดียว
ไม่ยุ่งกับหลักฐานอะไร
“เราจะแหกจะหลุดออกจากเรื่องกฎเกณฑ์สังคม วัฒนธรรม ประเพณี เราไม่แคร์เรื่องที่ใครกล่าวหา
เราหลุดออกไปหมดเลย ไม่เครียด ไม่กังวลกับสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไปยึดติดก็จะเป็นกังวลและทำให้เราพุ่งเป้าไปได้ช้าเพราะปัญหาพวกนี้