ทอดจากตัวอำเภอท่าวังผา ข้ามแม่น้ำน่านมุ่งไปทางอำเภอสองแคว ราว
๑๕ กิโลเมตร ก็มาถึงหมู่บ้านปางสา
พื้นที่ปฏิบัติการปลูกจิตสำนึกของครูสมบัติ แก้วทิตย์ เริ่มจากแถบนี้เข้าไปทางฟากซ้ายของถนน
ลึกเข้าไปจนถึงตีนดอยยาวเป็นระยะทางร่วม ๒๐ กิโลเมตร
ป้ายภาพเขียนสีบนแผ่นกระดานขนาดใหญ่เท่าฝาบ้านติดตั้งอยู่ตามริมถนน
เนื้อในภาพเป็นเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ทิวทัศน์ที่สวยงาม
ภาพชีวิตเรียบง่ายตามแบบของชาวชนบท ชีวิตสัตว์ป่า ฯลฯ บางภาพอาจมีข้อความที่สื่อความหมายถึงการเรียกร้องและปลุกเร้าให้ยึดมั่นอยู่ในวิถีแห่งธรรมชาติ
“ใช้เทือกเขาเป็นห้องแสดงงานมาเป็นสิบๆ ปี ครูไม่คิดจะไปตามแกลเลอรีหรูๆ
ในเมืองบ้างหรือ ?” ระหว่างนั่งรถเข้าพื้นที่ด้วยกัน ข้าพเจ้าอยากใช้เวลาช่วงเดินทางให้เป็นประโยชน์ไปด้วย
ศิลปินคนภูไพรทอดสายตาไปที่ภาพเขียนที่ติดตั้งอยู่ข้างทาง
ผมไม่เคยมีแก่จิตแก่ใจจะเขียนภาพเพื่อแสดงงาน ตอนเขียนภาพคิดอยู่อย่างเดียวว่า
ถ้าเขียนเสร็จเราจะมีความสุขกับภาพนั้น เขียนเสร็จได้ห้อยไว้ข้างฝา
เราพอแล้ว ไม่คิดถึงการขาย การโชว์ ไม่คิดถึงแกลเลอรีอะไรทั้งนั้น
ความคิดนี้สะสมกลายมาเป็นสื่อสิ่งแวดล้อม อะไรที่ทำอุทิศให้สิ่งแวดล้อมหมด
ภาพทุกภาพที่เป็นไอเดีย จะคลี่คลายไปสู่ป้ายภาพขนาดใหญ่เพื่อติดตั้งในชุมชน
ติดตั้งตามข้างถนน
คนมาเห็น เขาบอก “นี่เป็นการแสดงงานแบบสุดยอดเลย
บนแกลเลอรีระดับโลก”
ขุนเขาเป็นแกลเลอรีของเรา ไม่ต้องอยู่ในโชว์รูมที่สวย
ติดแอร์หรูหรา
คนดูงานของผมอาจเป็นล้านๆ สายตา จากอำเภอท่าวังผามาถึงหมู่บ้าน
คุณคิดดูว่าภาพหนึ่งในหนึ่งปี มีคนเห็นกี่คน กับภาพในแกลเลอรีราคาเป็นแสน
มีกี่คนที่ไปดู ? คงไม่เท่าไหร่ ? คนดูของผมมีทุกประเภท ดูแล้วได้ทั้งเนื้อในภาพ
จิตสำนึก ข้อความในภาพ นี้คือภาพที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องมีแบบแผน
แต่ตั้งปุ๊บ คนเห็นเป็นแสน
ผมภูมิใจว่างานทุกอย่างที่เราเขียนคือการรับใช้
คืนไปสู่ธรรมชาติ เราได้อยู่อาศัย ได้แรงบันดาลใจ จนเกิดแนวคิดในการเขียน
เกิดผลงาน สุดท้ายคืนสู่ธรรมชาติทั้งหมด
ป้ายภาพหลายชิ้นของคนภูไพรที่เพิ่งผ่านสายตาข้าพเจ้า
เป็นภาพที่เน้นความงาม เขียนด้วยเทคนิครูปแบบง่ายๆ สื่อความหมายตรงไปตรงมา
เปรียบได้กับเพลงลูกทุ่ง
ข้าพเจ้าพูดออกไปตรงๆ ว่าดูเหมือนเชยๆ
คนภูไพรไม่โกรธ--และไม่กังวล
ธรรมชาติเป็นความเรียบง่าย ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ
หรือต้องเป็นสูตร ว่าต้องยากอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นงานของผมที่ออกมาจะเรียบง่าย
รับได้ตั้งแต่ระดับชาวบ้านขึ้นไป ผมอยากให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะคนชนเผ่าที่การอ่านการเรียนอาจค่อนข้างน้อย
ประทับใจในภาพของผม หรือแม้แต่คนไม่รู้หนังสือก็ดูได้รู้เรื่อง
ไม่ต้องไปโชว์ว่าเป็นแอ็บสแทร็กต์ นั่นคนรับได้ยาก ของผมจะเป็นแบบลูกทุ่ง
เขียนออกมาแล้วมีความสุข ชาวบ้านชอบ พอแล้ว ไม่คิดว่าอันนี้เกรดต่ำ
อันนั้นเกรดสูง ไม่รู้ด้วยว่าจะวัดกันอย่างไร
ตั้งแต่ผ่านทางเข้ามา เห็นงานขนาดใหญ่จำนวนมากมาย
ข้าพเจ้าเกิดความสงสัย “ทั้งหมดนี่ครูทำเองคนเดียวหรือครับ ?”
“การทำงานของผมไม่มีโครงสร้าง ศูนย์ปฏิบัติการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมโลก
ภูสันตะวันลับฟ้า มีผมคนเดียว ไม่มีคณะกรรมการ ไม่มีงบประมาณสนับสนุน
เป็นการทำงานที่สวนทางกับระบบราชการ ของเขาจะทำอะไรต้องมีงบประมาณ
ต้องมีแผนงาน ของเราทำด้วยใจ ก็รอดมาได้เป็นระยะ และเป็นประโยชน์กับสังคม”
เขาเล่าด้วยว่า ทำมานานจนมีคนมาเห็น ตอนหลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากหน่วยจัดการต้นน้ำในพื้นที่
ช่วยออกทุนค่าสีค่าแผ่นไม้ให้บ้าง และสร้างหลังคาที่ตั้งป้าย ช่วยให้แผ่นภาพมีอายุยืนนานขึ้น
“แล้วที่ว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม เห็นนรกอยู่ตรงหน้าล่ะ
?”
ครูสมบัติบอกให้ทบทวนดูสองข้างทางที่เราผ่านเข้ามา
นับตั้งแต่ข้ามแม่น้ำน่านมาจากท่าวังผา
ท้องทุ่งและเนินเขาสองฟากถนนกลายเป็นไร่ข้าวโพดโล่งโจ้ง
“เหลียวไปทางไหนเห็นแต่สารเคมี แม้บนที่ลาดชันก็เปิดหน้าดินกันจนแทบไม่เหลือ
เอายามาพ่น ปลูกข้าวโพด ผมมองทุกอย่างไม่ใช่แค่ทางสายตาเท่านั้น
ผมใช้ใจกระทบมัน ในความรู้สึกผมเห็นสารเคมีไหลลงมาเป็นสีแดง แล้วนี่คือแหล่งกำเนิดสายน้ำอันยิ่งใหญ่
ถ้าที่นี่เสีย ที่ปลายน้ำก็เสีย ใจก็กังวลว่ามันต้องล่มสลายถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง
นี่เป็นความเจ็บปวดทางจินตนาการ เจ็บปวดไปหมด ทำให้อยู่ไม่สุขแล้ว
ต้องดิ้นรนทำโดยไม่ต้องมีใครบังคับ”
ครูสมบัติเว้นวรรค ระบายลมหายใจยาว ก่อนจะพูดต่อ
“จากนี้ลึกเข้าไปจนถึงหมู่บ้าน สถานการณ์ก็ไม่ต่างกัน
นับตั้งแต่ถนนหนทางสะดวกขึ้น รถยนต์วิ่งเข้าออกได้ตลอดทั้งปี หมู่บ้านก็กลายเป็นที่ปลูกพืชพาณิชย์
พ่อค้าคนกลางเอาเงินมาให้กู้ลงทุน เอายา เอาเมล็ดพันธุ์มาให้ ชาวบ้านชอบมาก
เกิดการใช้สารเคมีกันอย่างมโหฬาร”
“ที่ครูทำมายาวนานหลายปีมันล้มเหลวหรือ ?”
“มันมีการผลัดเปลี่ยนรุ่น พวกผู้ใหญ่ที่เคยทำมาด้วยกันแก่เฒ่าไป
คนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้นำ เขาอาจไม่ได้รับการปลูกฝังความรักธรรมชาติ
ก็เริ่มไม่เอาด้วย เอาเงินเป็นตัวตั้ง ชอบความสะดวกมากกว่า ยอมเป็นหนี้สิน
เอาสารเคมีมาลง เกิดผลกระทบอย่างไรไม่สนใจ เราก็คิดว่าต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่”
“ที่นับเป็นยุคที่ ๒ ในการทำงานของครู ?”
“ใช่ ก็ช่วงที่คุณเข้ามาเจอผมเมื่อครั้งก่อน”
“เปลี่ยนแนวทางไปอย่างไรครับ ?”
“เน้นเรื่องการปลูกจิตสำนึก ถ้าเราปลูกฝังความรักธรรมชาติลงในจิตใจเขาได้
มันจะอยู่กับเขาตลอดไป นอกจากสื่อผ่านภาพศิลปะ ทุกวันศุกร์ผมจะเข้าไปสอนเด็กตามโรงเรียน
สอนวิชาศิลปะแล้วสอดแทรกเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย”